Make your own free website on Tripod.com

 
 

10 เทรนร้อนเทคโนโลยีเด่นปีวอก

ว่ากันว่า ประเด็นร้อนแรงของอุตสาหกรรมไอทีช่วงปี 2546 มักเกี่ยวข้องกับเรื่องร้อนๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคดีฟ้องร้องทางกฎหมาย ระหว่างไมโครซอฟท์ กับผู้ประกอบการไอทีอีกหลายราย หรือระหว่างวงการฮอลลีวู้ด กับผู้บริโภคที่แลกเปลี่ยนไฟล์เพลงผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีข่าวครึกโครม เกี่ยวกับกลยุทธ์ในการพยายามควบกิจการบริษัทคู่แข่ง โดยเฉพาะบริษัทออราเคิล ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ที่พยายามควบกิจการพีเพิ่ล ซอฟต์ หลังจากพีเพิ่ล ซอฟต์ ได้ใช้กลยุทธ์เดียวกันนี้ ซื้อกิจการบริษัทเจ.ดี. เอ็ดเวิร์ดส์ไปก่อนแล้ว

และที่ร้ายแรงที่สุด คงหนีไม่พ้นการโจมตีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตครั้งใหญ่ของเวิร์ม, ไวรัส และเมลสแปมต่างๆ ที่กลายเป็นปัญหาด้านความปลอดภัย และเศรษฐกิจระดับชาติไปเสียแล้ว

แต่ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมไอที ก็ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ถือกำเนิดขึ้นมา รวมทั้งการอัพเกรดเทคโนโลยีเดิมๆ ให้เราได้คึกคักกันพอสมควร ถึงอย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านไปแล้ว ก็คงต้องปล่อยให้ผ่านไป และอุตสาหกรรมไอที ก็ยังคงต้องเดินหน้าต่อไปเช่นเดิม

และต่อไปนี้ คือ แนวโน้มเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมไอที ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ เชื่อว่า น่าจับตาดูอย่างยิ่งในปี 2547

"ลินิกซ์" คำตอบเทคโนโลยีต้นทุนต่ำ

นักวิเคราะห์ เชื่อว่า ในปีนี้ บริษัทต่างๆ จะยังคงเปลี่ยนจากการใช้เครื่องแม่ข่ายยูนิกซ์ ที่มีราคาแพง ไปใช้คลัสเตอร์แม่ข่ายลินิกซ์ ที่มีราคาถูกกว่า และแนวโน้มเช่นนี้ จะยังดำเนินต่อไปอีกหลายปีข้างหน้าด้วย

คุณสมบัติสำคัญของลินิกซ์ ก็คือ การเป็นซอฟต์แวร์เปิด ที่สามารถดัดแปลงแก้ไขได้ง่าย จึงให้เสรีภาพแก่ผู้ผลิต ในการพัฒนาระบบปฏิบัติการ (โอเอส) ที่เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะด้านของตน นอกจากนี้ ยังมีราคาถูก เ

นื่องจากไม่ได้เป็นเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ ที่ผูกขาดโดยบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ลินิกซ์สามารถพัฒนาจากโอเอสนอกระบบ ขึ้นมาเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลัก ที่ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ อาทิ ซัน ไมโครซิสเต็มส์ ไอบีเอ็ม หรือออราเคิล ให้การสนับสนุน ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจแล้ว อีกแรงผลักดันหนึ่ง ที่จะช่วยให้ระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์ส มีอัตราการเติบโตอยู่ในระดับสูง ก็คือ กลุ่มโลกกำลังพัฒนา ที่กำลังมองหาเทคโนโลยีระดับพื้นฐาน และมีต้นทุนต่ำ ซึ่งจะ

เปิดทางให้มีโอกาสนำไปต่อยอด เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งต่อไปได้

"ประเทศเกิดใหม่ ต้องการเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและมีราคาถูก เพื่อให้ตนมีโอกาสสร้างพัฒนาการในระดับก้าวกระโดดที่จะทำให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ หลายประเทศกำลังใช้ลินิกซ์อยู่ในขณะนี้ และคาดว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการอันดับหนึ่งในประเทศจีนและอินเดียภายในเวลาไม่นาน" นายบรูโน แลนวิน แห่งธนาคารโลก กล่าว

วอยซ์-โอเวอร์-ไอพี พร้อมปฏิบัติการ

เทคโนโลยีอีกตัวหนึ่ง ที่จะมาแรงในอุตสาหกรรมไอที ก็คือ ระบบ "วอยซ์-โอเวอร์-ไอพี" (Voice-over-IP - VoIP) หลังจากใช้เวลาพัฒนามาหลายปี เทคโนโลยีตัวนี้ ก็พร้อมที่จะให้บริการในเชิงพาณิชย์แล้ว

ระบบดังกล่าว ช่วยให้สามารถส่งไฟล์เสียง และไฟล์ข้อมูล บนเครือข่ายเดียวกันได้ ซึ่งก็คือ เครือข่ายโปรโตคอลอินเทอร์เน็ต ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในการส่งข้อมูลเหล่านี้ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะทาง วิธีเช่นนี้ จะช่วยลดต้นทุนประกอบการโดยรวมทั้งหมดลงได้มหาศาล จนทำให้นักวิเคราะห์บางราย ให้ความเห็นว่า เทคโนโลยีตัวนี้ จะเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการสื่อสาร ได้มากยิ่งกว่าอินเทอร์เน็ตเสียอีก

การใช้งานเทคโนโลยีตัวนี้อย่างเต็มรูปแบบ อาจนำมาซึ่งความหายนะของผู้ประกอบการโทรคมนาคมอีกหลายราย บริษัทให้บริการโทรศัพท์ทางไกล จะเสียรายได้ไปมหาศาล ขณะที่รัฐบาลจะสูญเสียรายได้จากค่าธรรมเนียม ที่ได้จากการรองรับบริการระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ระบบวอยซ์-โอเวอร์-ไอพี จะยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่ระบบโทรศัพท์แบบดั้งเดิมได้ในเร็วๆ นี้ แต่การพัฒนามาตรฐานให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น และการพัฒนาเครือข่ายความเร็วสูง จะช่วยผลักดันให้เทคโนโลยีนี้มีการใช้งานแพร่หลายได้อย่างรวดเร็วแน่นอน

"อาร์เอฟไอดี" เทคโนโลยีที่ยังต้องจับตามอง

ชิพอาร์เอฟไอดี (radio-frequency identification-RFID) ได้รับการพูดถึงอย่างมากในวงการเทคโนโลยีสหรัฐ แม้นิตยสารฟอร์จูน จะจัดให้เป็นเทคโนโลยียอดแย่ประจำปี 2546 ก็ตาม

อุปกรณ์ตัวนี้ เป็นป้ายประจำตัวสินค้าระบบความถี่วิทยุ และได้รับการคาดหมายว่าจะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในห่วงโซ่ขนส่งสินค้า (supply chain) โดยที่วอลล์-มาร์ท ผู้ค้าส่งอันดับหนึ่งของโลก เป็นตัวตั้งตัวตีในการนำมาใช้ ด้วยการประกาศให้ผู้จำหน่ายสินค้าของตนทุกราย ต้องติดป้ายราคาเหล่านี้บนสินค้าที่เก็บไว้ในโกดัง ให้เสร็จสิ้นก่อนปี 2548

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ ให้ความเห็นว่า เทคโนโลยีตัวนี้ ยังต้องเผชิญอุปสรรคบางประการ แม้กระทรวงกลาโหมสหรัฐ และวอลล์-มาร์ท จะประกาศสนับสนุนแล้วก็ตาม

"เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี ยังคงมีปัญหาสำคัญในทางปฏิบัติ อาทิ ความน่าเชื่อถือของป้าย, การแทรกแซงของสัญญาณรบกวนอื่นๆ ขณะที่ตัวมาตรฐานเอง ยังมีพัฒนาการค่อนข้างช้า" ตัวแทนไอดีซี ธุรกิจสำรวจตลาดชื่อดัง กล่าว

ด้านแอพพลาย ดิจทัล โซลูชั่นส์ บริษัทในฟลอริดา ออกแคมเปญรณรงค์ให้ประชาชนฝังชิพอาร์เอฟไอดีไว้ใต้ผิวหนัง โดยระบุว่า เทคโนโลยีเวริชิพตัวนี้ จะช่วยลดการขโมยข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ ยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยในสำนักงานและสนามบิน รวมถึงไม่ต้องใช้บัตรประชาชนแบบติดรูปอีกต่อไป

แต่ในรอบปีที่ผ่านมา กลับไม่ได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมเท่าที่ควร เนื่องจาก ปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัว และขาดอาสาสมัครเข้ารับการผ่าตัดเพื่อฝังชิพดังกล่าว อัลตร้า ไวด์แบนด์ ตั้งเป้าเบียดไว-ไฟ

ในปี 2546 หนึ่งในเทคโนโลยีร้อนแรงที่สุด คงไม่มีใครเกินหน้าเทคโนโลยีไร้สาย ไว-ไฟ ไปได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญ เผยว่า ปีนี้ ระบบเครือข่ายอีกตัว ที่กำลังมาแรง ก็คือ "อัลตร้า ไวด์แบนด์" (ultra wideband-UWB) ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในการสร้างเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงภายในบ้าน ได้อย่างรวดเร็ว

ที่จริงแล้ว "อัลตร้า ไวด์แบนด์" ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เสียทีเดียวนัก เครือข่ายนี้ มีการใช้งานมาหลายทศวรรษแล้ว ในกลุ่มทหาร เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารกันผ่านเครือข่ายไร้สายได้ โดยที่ศัตรูไม่ทันสังเกต แต่เทคโนโลยีดังกล่าว เพิ่งได้รับการสนับสนุนในวงการธุรกิจเมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย เล็งเห็นว่า คุณสมบัติในการเป็นเครือข่ายที่มีต้นทุนต่ำ ใช้พลังงานน้อย และมีความเร็วรับส่งสัญญาณสูง น่าจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในเชิงพาณิชย์

ถ้าจะเทียบกันชัดๆ ก็คือ ในขอบเขตรับส่งสัญญาณเดียวกัน อัลตร้า ไวด์แบนด์ จะสามารถส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็ว 500 เมกะไบต์ต่อวินาที ขณะที่คลื่นความถี่ไว-ไฟ 802.11b สามารถส่งข้อมูลได้ราว 11 เมกะไบต์ต่อวินาที แต่ทั้งสองระบบ จะมีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกัน

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม คาดการณ์ว่า เราจะได้เห็นโทรทัศน์ที่สามารถส่งโปรแกรมทีวี ไปยังทีวีเครื่องอื่นๆ ภายในบ้านได้ ผ่านทางเครือข่ายไร้สาย ขณะที่คอมพิวเตอร์จอแบน จะสามารถเชื่อมต่อกับซีพียู ที่ตั้งอยู่ส่วนไหนของบ้านก็ได้ และเครื่องเล่นวีซีอาร์ ก็จะเชื่อมต่อกับทีวีผ่านเครือข่ายไร้สายได้ ซึ่งในที่สุดแล้ว พัฒนาการเหล่านี้ จะนำไปสู่บ้านเครือข่ายไร้สาย ที่เป็นเป้าหมายสูงสุดของอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภค

แต่อัลตร้า ไวด์แบนด์ จะสามารถแจ้งเกิดได้จริงหรือไม่ ยังขึ้นอยู่ว่า อุตสาหกรรมนี้ จะสามารถตกลงใช้อินเทอร์เฟซเครือข่ายไร้สาย ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกได้หรือไม่ และมาตรฐานนี้ จะต้องสามารถใช้ร่วมกับสเปคตรัมที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ด้วย ปรากฏการณ์นิยมมือถือกล้องดิจิทัล

โทรศัพท์มือถือติดกล้อง ได้รับการคาดหมายมาตั้งแต่ต้นว่า จะเข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมไอที เนื่องจากเป็นของใหม่ หลังจากวางตลาดในญี่ปุ่นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

สถิติล่าสุด ระบุว่า ปัจจุบัน ในสหรัฐมีผู้ใช้ทั้งสิ้นหลายล้านคน และนักวิเคราะห์ คาดว่า จะเพิ่มขึ้นเป็นหลายร้อยล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวที่หลายฝ่ายทำนายว่าโทรศัพท์มือถือติดกล้องจะมียอดขายดีกว่ากล้องประเภทอื่นทุกชนิด

สำหรับมุมมองของผู้เชี่ยวชาญแล้ว บอกว่า มือถือกล้องดิจิทัล มีพัฒนาการรวดเร็ว ทั้งนี้ หลังจากโทรศัพท์มือถือติดกล้องความละเอียด 1 เมกะพิกเซลรุ่นแรกวางตลาดไปเมื่อต้นปี 2546 ที่ผ่านมา คาซิโอ ก็แนะนำรุ่นความละเอียด 2 เมกะพิกเซลพร้อมออโต้โฟกัส และเลนส์ซูมดิจิทัล 10เอ็กซ์ ในญี่ปุ่นไปเมื่อเร็วๆ นี้ ขณะที่รุ่นที่ใหม่กว่าบางตัว จะมาพร้อมกับแฟลชในตัว

ความนิยมที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับธุรกิจการถ่ายภาพ ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา พบว่า ยอดขายกล้องดิจิทัลมากกว่ากล้องฟิล์มเป็นครั้งแรก แม้จะมีการคาดหมายกันมานานแล้วว่า ฟิล์มจะหมดความนิยมลงในที่สุด แต่ไม่คิดว่า จะมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากโทรศัพท์มือถือติดกล้อง จึงส่งผลให้มีความเป็นไปได้ว่า จะผลักดันให้โนเกีย ผู้ผลิตโทรศัพท์หมายเลขหนึ่งของโลก กลายเป็นบริษัทผลิตกล้องขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในเร็วๆ นี้

กระบวนการสกัดสแปมเมล

ปัญหาสแปมเมล ได้รับการกล่าวขวัญกันอย่างหนาหูตลอดปีที่ผ่านมา แม้หลายบริษัทจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อยับยั้งขยะอีเมลที่ว่านี้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะยังไร้ผล

นางซินเธีย ดวอร์ก นักวิจัยไมโครซอฟท์ ได้พัฒนาโปรแกรมป้องกันสแปม โดยประยุกต์ใช้แนวคิดที่กำหนดให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย แก้ปัญหาคณิตศาสตร์ของอีเมลแต่ละฉบับที่จะแนบไปกับอีเมล และหากอีเมลฉบับใดไม่ผ่านการทดสอบ ก็จะไม่มีคอมพิวเตอร์เครื่องใดยอมรับ

นายแอนดรูว์ โกล์ดเบิร์ก เพื่อนร่วมงานดวอร์กที่ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช กล่าวว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวของคอมพิวเตอร์ทั่วไปใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 10 วินาที โดยคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ส่ง 8,600 ข้อความต่อ 1 วัน

โดยหลังการทดสอบ พบว่า วิธีการดังกล่าว สามารถใช้ในโปรแกรมอีเมล เช่น เอาท์ลุ๊ค เครื่องแม่ข่ายอีเมล หรือเบราเซอร์อินเทอร์เน็ตที่ใช้ส่งและรับอีเมลได้ อย่างไรก็ดี ไมโครซอฟท์ ได้เจรจาให้บริษัทคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตนำวิธีการดังกล่าวไปใช้เป็นมาตรฐานแล้ว เซลล์เชื้อเพลิงรุกฆาตตลาดไอที

ความก้าวหน้าในแวดวงไอที ด้วยการเดินหน้าพัฒนาชิพที่มีกำลังประมวลผลสูงขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาฟังก์ชั่นมัลติมีเดียต่างๆ ล้วนทำให้ปัญหาการใช้พลังงานในอุปกรณ์พกพา กลายเป็นความท้าทายที่สำคัญ ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยียุคหน้า

ด้วยเหตุนี้เอง นักวิทยาศาสตร์จึงหันมาพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงขนาดเล็ก ซึ่งใช้สารเมธานอลในการสร้างพลังงานแทนเซลล์เหล่านี้ จะมีขนาดเล็กได้เท่ากับไฟแช็ก มีระยะเวลาทำงานต่อเนื่องนาน 10 ชั่วโมงขึ้นไป และจะมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นราว 200 ดอลลาร์

โดยคาดว่าในปีนี้ เราจะได้เห็นแลบท็อปที่ใช้เซลล์พลังงาน จากบริษัทโตชิบา หรือเอ็นอีซี ที่เป็นผู้คิดค้นเซลล์เชื้อเพลิงสำหรับแลบท็อปขึ้นเป็นเจ้าแรก ขณะที่เอ็นทีที โดโคโม ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือไร้สายที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ก็วางแผนเปิดตัวมือถือ ที่ใช้เซลล์พลังงานจำลองในช่วงปลายปี

แม้สารเมธานอล ที่ใช้ในการผลิตเซลล์เชื้อเพลิง จะเป็นแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง ที่สามารถลุกติดไฟได้เช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ทั่วไป แต่ผู้เชี่ยวชาญ เผยว่า เซลล์เชื้อเพลิงปกติ จะใช้สารละลายที่มีปริมาณเมธานอลไม่ถึง 24% จึงไม่มีปัญหาด้านความปลอดภัยขณะใช้งาน ตามที่นักวิจารณ์หลายฝ่ายได้ออกมาตั้งข้อสังเกต อาทิ การพกเซลล์เชื้อเพลิงเหล่านี้ขึ้นเครื่องบินไปด้วย โอแอลอีดี จอภาพปฏิวัติอุตฯไฮเทค

ผู้ใช้จำนวนมาก อาจจะยังไม่ทราบความแตกต่างของชื่อย่อจอภาพรูปแบบต่างๆ ที่มีอยู่ในตลาดกันมากนัก ไม่ว่าจะเป็น "แอลซีดี" (LCD) "ซีอาร์ที" (CRT) หรือ "แอลอีดี" (LED) ซึ่งเป็นชื่อของอุปกรณ์แสดงภาพกราฟฟิก สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่

แต่ชื่อย่อเหล่านี้ อาจไม่มีความสำคัญอีกต่อไป เมื่อนักวิเคราะห์ ได้ออกมาคาดการณ์ว่า ในอนาคต เทคโนโลยีจอภาพใหม่ล่าสุด ที่มีชื่อว่า "โอแอลอีดี" (OLEDs-Organic Light-Emitting Diodes) จะเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยปฏิวัติอุตสาหกรรมไฮเทค

จอโอแอลอีดีนั้น มีอยู่ 2 เวอร์ชั่นด้วยกัน ได้แก่ เวอร์ชั่นยืดหยุ่น ซึ่งสามารถพัฒนาให้มีขนาดบางกว่าเส้นผมมนุษย์ได้ และมีศักยภาพในการนำมาใช้ผลิตอุปกรณ์อย่างหนังสือพิมพ์พกพา ที่มีความบางเทียบเท่ากระดาษ หรือเสื้อผ้าที่ติดหน้าจอวิดีโอเอาไว้ ส่วนจอเวอร์ชั่นที่พับงอไม่ได้ ก็จะมีประโยชน์ในการผลิตสินค้า อย่าง จอคอมพิวเตอร์แบบแบน, มือถือ, กล้องดิจิทัล หรือกล้องวิดีโอ เป็นอย่างยิ่ง

จอโอแอลอีดีเหล่านี้ มีคุณสมบัติพิเศษทางเทคนิค คือ สามารถเรืองแสงได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องใช้แบ็คไลท์ แต่จะอาศัยอินทรีย์สาร เลียนแบบการให้แสงตามธรรมชาติแทน ทำให้แสงที่ได้มีสีสันสดใสมากขึ้น ขณะที่ใช้พลังงานน้อยลง จอภาพชนิดนี้ ยังใช้กระบวนการแสดงภาพแบบ "อิเล็กโทรลูมิเนสเซนส์" (electroluminescence) ซึ่งหมายความว่า ภาพในจอจะมีคุณภาพเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการสำคัญตรงที่ ภาพบนจอจะเสื่อมคุณภาพอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก ธรรมชาติของการเป็นจออินทรีย์สาร ทำให้สีบางตัวบนจอโอแอลซีดี จางลงอย่างรวดเร็ว แต่เชื่อว่า นักวิจัยในอุตสาหกรรมจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จ

แจ้งเกิดโรงหนังระบบดิจิทัล

หลังจากได้รับการผลักดันจากวงการฮอลลีวู้ด มาเป็นเวลาหลายปี ในที่สุด นักวิเคราะห์ เชื่อว่า ปี 2547 จะเป็นปีที่โรงหนังระบบดิจิทัล (digital cinema) ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวเสียที ตัวเลขการลงทุนจำนวนมหาศาลของกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์ และบริษัทเทคโนโลยี ส่อเค้าให้เห็นว่า เครื่องฉายหนังระบบดิจิทัล จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า ในช่วงปีวอกนี้

การใช้ไฟล์ดิจิทัลสำหรับเก็บภาพยนตร์ จะเปิดทางให้ผู้สร้าง สามารถเพิ่มสเปเชียล เอฟเฟคต่างๆ ได้ง่ายดายขึ้น ขณะที่การนำไฟล์กลับมาเล่นซ้ำๆ ก็ไม่ทำให้คุณภาพของฟิล์มเสื่อมลงแต่อย่างใด ซึ่งต่างจากระบบฟิล์มภาพยนตร์ในปัจจุบัน ขณะที่เครื่องฉายฟิล์มดิจิทัล จะใช้ชิพคอมพิวเตอร์ ที่มีฟังก์ชันทำความสะอาดภาพ และสามารถแสดงสีที่มีความแตกต่างกันได้ถึง 35,000 ล้านสี

การฉายหนังจากฟิล์มดิจิทัลนั้น อาศัยการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม, ดิสก์ออพติคอล หรือเครือข่ายใยแก้วนำแสง ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาในการรอคอยให้หนังฟอร์มยักษ์ เดินทางมาถึงประเทศของเราลงไป ขณะที่สายหนังยังสามารถบันทึก หรือแก้ไขบทบรรยายภาษาท้องถิ่น ลงบนฟิล์ม ก่อนหน้าที่จะนำมาฉายในโรงได้เพียงไม่กี่นาที

นายปีเตอร์ เวสเตอร์ ผู้จัดการโครงการสายส่งภาพยนตร์แห่งหนึ่ง ในสวีเดนเผยว่า ประโยชน์สูงสุดที่คอหนังจะได้จากฟิล์มดิจิทัล ก็คือ โรงหนังต่างๆ จะสามารถดาวน์โหลดฟิล์มเวอร์ชั่นดิจิทัล เก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ของตน และนำออกมาฉายได้ตามที่ต้องการ โดยไม่ต้องรีบส่งฟิล์มกลับคืนสตูดิโอ

นอกจากนี้ ฟิล์มดิจิทัล ยังสามารถทำก๊อบปี้ ขนส่ง หรือเก็บรักษาได้ง่ายมาก จึงมักมีราคาจัดจำหน่ายเพียงชุดละ 20 ดอลลาร์ จากที่ผ่านมา โรงหนังจะต้องจ่ายเงินเฉลี่ยหลายพันดอลลาร์ เพื่อนำฟิล์มภาพยนตร์ชื่อดังของฮอลลีวู้ด มาฉายให้ได้ทัน หรือใกล้เคียงวันเปิดตัว

ที่ผ่านมา อินเดียเป็นประเทศหนึ่ง ที่มีความตื่นเต้นกับเทคโนโลยีดังกล่าว มากเป็นพิเศษ ขณะที่ตัวเลขการลงทุนในประเทศจีน, อังกฤษ และสวีเดน ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนคาดว่าสัดส่วนโรงหนังดิจิทัลในยุโรป และเอเชีย จะแซงหน้าสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีดังกล่าว ได้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

ปีทองอุปกรณ์ผนวกคุณสมบัติพีซี

เมื่อกล่าวถึงอุตสาหกรรมไอทีแล้ว จะไม่กล่าวถึงเทคโนโลยีพีซี ก็คงไม่ได้ คอมพิวเตอร์บุคคลจัดเป็นอุปกรณ์ที่มีความเปลี่ยนแปลงน้อยมาก นับตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 25 ปีที่แล้ว แม้จะมีพัฒนาการด้านกำลังประมวลผล หรือฟังก์ชันต่างๆ แต่โดยรวม พีซีก็ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยจอภาพ ตัวประมวลผล และแป้นพิมพ์ ที่เราใช้ในการทำงานอย่างการประมวลผลคำ (เวิร์ด) ตารางคำนวณ (สเปรดชีท) ท่องอินเทอร์เน็ต หรือระบบงานสำนักงานอื่นๆ

แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ในปีวอกนี้ พีซีจะมีคำจำกัดความกว้างขึ้นอย่างมาก โดยไม่ได้หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เราใช้ทำงานออฟฟิศเท่านั้น แต่จะหมายความรวมถึงอุปกรณ์สารพัดรูปแบบ ที่ผนวกคุณสมบัติของพีซีเอาไว้ แต่ไม่ได้มีชื่อเรียกว่าพีซี

อุปกรณ์เหล่านี้ มักเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานเฉพาะด้าน อาทิ การใช้สำหรับเล่นเพลงดิจิทัล, เล่นไฟล์ภาพยนตร์ หรือการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ จะหันไปใช้ลินิกซ์ และระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์ส อื่นๆ แทนวินโดว์ส เนื่องจากสามารถนำมาดัดแปลง ให้ตรงตามคุณสมบัติเฉพาะด้านเหล่านั้นได้ดีกว่า

"ในอนาคต จะมีพีซีระบบปฏิบัติการลินิกซ์ ในครัวเรือนต่างๆ มากกว่าที่เราได้จินตนาการไว้ และผู้บริโภคเองก็จะไม่รู้ว่า นี่คือพีซีระบบปฏิบัติการลินิกซ์" นายวิลเลียม ราดูเชล อดีตหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ ของซัน ไมโครซิสเต็มส์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ตัวพีซีเอง ก็จะได้รับการพัฒนาในส่วนของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (storage) เพื่อรองรับแนวโน้มการใช้งานแบบมัลติมีเดีย และศูนย์บันเทิงภายในบ้านมากขึ้น ที่ผ่านมา วิศวกรเริ่มมีการออกแบบไดร์ฟภายใน (internal drives) ที่มีความจุนับเทราไบต์กันแล้ว ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ จะทำให้พีซีเป็นเสมือนโกดังเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ได้

"ความจุข้อมูลขนาดนี้ หมายความว่า เครื่องบันทึกวิดีโอส่วนบุคคล จะสามารถเก็บไฟล์ภาพยนตร์ได้หลายร้อยไฟล์ รวมทั้งเป็นห้องสมุดเพลงทั้ง ที่มีเพลงในระบบหลายหมื่นเพลง" ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่ง กล่าว

ขณะที่ แม้เครือข่ายนอกบ้าน อาจจะยังพัฒนาไปไม่เต็มที่ แต่เครือข่ายความเร็วสูงภายในบ้าน กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จนคาดว่าแนวคิดของเครื่องแม่ข่ายสื่อ (media server) หรือพีซีที่ตอบสนองการใช้งานด้านสื่อภายในบ้านโดยเฉพาะ จะได้รับความนิยมแพร่หลายในไม่นาน

ทั้งนี้ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อาจส่งสัญญาณในทางบวกต่อแนวโน้มการใช้จ่ายด้านไอทีในกลุ่มลูกค้าองค์กรตามไปด้วย แต่นักวิเคราะห์ ได้ออกมากล่าวเตือนว่า อย่าคาดหวังว่า นโยบายรัดเข็มขัด จะสิ้นสุดลงเร็วนัก

ในทางตรงกันข้าม แนวโน้มที่น่าจะเห็นได้ชัดเจนในปีวอก ก็คือ บริษัทต่างๆ จะหันมาลงทุนในเทคโนโลยีที่มีราคาถูก และสามารถดัดแปลงให้เหมาะกับองค์กรของตนได้ง่ายขึ้น อาทิ ซอฟต์แวร์ โอเพ่นซอร์ส, เครื่องแม่ข่ายเบลด และระบบวอยซ์-โอเวอร์-ไอพี นอกเหนือไปจากการเอาท์ซอร์สฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ไปให้บริษัทภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า

การเปลี่ยนทัศนคติเช่นนี้ ได้เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง และเทคโนโลยีต้นทุนต่ำ ก็กำลังกลายเป็นตัวขับเคลื่อนความสามารถทางการแข่งขันในตลาด ของบริษัทต่างๆ อย่างรวดเร็ว

แหล่งข่าว : นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

 

ส่งเมล์ถึง webmaster@uci.co.th พร้อมด้วยข้อสงสัยหรือข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บไซท์นี้
ปรับปรุงแก้ไขครั้งล่าสุด:10/03/05